เห็นมีบล็อกเขียนถึงวันภาษาไทยกัน ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าเมื่อวานนี้เป็นวันภาษาไทย จนได้อ่านบล็อกบางคน ก็นึกถึงเรื่องที่เคยอยากเขียนขึ้นมา

จริงๆแล้ว ผมไม่ชอบภาษาอะไรเลยซักภาษาในโลกนี้ เพราะทุกภาษาต่างก็มีจุดอ่อน มีข้อผิดพลาด มีหลักการที่เป็นวัฒนธรรมเฉพาะของประเทศที่ให้กำเนิดภาษานั้นๆ

ผมอยากให้โลกนี้ มีภาษาใหม่ขึ้นมาอีกภาษา เป็นภาษากลางในอุดมคติ ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อให้คนทั้งโลกสื่อสารกัน

ให้เราไม่ต้องไปเรียนภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่ แต่เรียนภาษาโลก เป็นภาษาที่สองแทน แทนที่จะไปนั่งเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น แบบทุกวันนี้ (และคนญี่ปุ่น คนจีน ก็เรียนภาษานี้แทนภาษาอังกฤษ) ผมว่ามันเสมอภาคกว่า อย่างคนอเมริกันมีภาษาอังกฤษใช้กันตลอดเวลา ขณะที่เราต้องไปเรียนภาษาเขา ไม่ยุติธรรมเลย

ในอุดมคติของผม ภาษานี้

- ต้องมีพยัญชนะและสระทุกตัวที่มนุษย์ออกเสียงได้ และแยกกรองออกมาเดี่ยวๆ

อย่างในภาษาบาลี สันสกฤต ตรงนี้สมบูรณ์มาก เขาแยกเสียง ฏ กับเสียง ต ออกมาชัดเจน แม้ผมจะฟังไม่ค่อยออก และออกเสียงให้ต่างกันไม่ได้ แต่ก็รู้ว่าในภาษาเขามันต่างกัน ซึ่งในหลายๆภาษา อย่างภาษาฝรั่งเศส หลายๆคำที่ใช้เสียง ฏ ไม่ใช่ ต และหลายๆคำที่ใช้เสียง ฌ ไม่ใช่ ช แต่ภาษาไทยเรา ทั้งที่มีตัวอักษรอยู่ แต่ออกเสียงแยกกันไม่ได้ไปแล้ว

ในภาษาอังกฤษ ตัวโฟเนติกส์ t ออกเสียง ต กับ ท เป็นเสียงเดียวกัน ไม่แยกกัน อย่าง turtle จะออก เทอร์เทิล กับ เตอร์เติล ก็เหมือนกันในบ้านเขา แต่ในบ้านเรามันแยกกัน ขณะที่เสียง th กับ t ของฝรั่งแยกกัน แต่บ้านเราแยกไม่ได้ ผมว่านี่เป็นจุดอ่อนที่ไม่ควรมีในภาษา

จริงๆภาษาบาลีเองก็ยังพลาด พวกเขาไม่มี ช กับ ด ใช้ ครับ ที่มีใช้จะเป็นสันสกฤต ลองสังเกตดีๆว่า พวกคนอินเดียในหนังฝรั่ง มักจะออกเสียง ด เป็น ต ออกเสียง ช เป็น ซ ไปลองกับเอนทรี่เก่าก็ได้นะครับ [Tag : My Best of ตัวประกอบ] น่ะ มีคนอินเดียในเมทริกซ์อยู่ ผมลงยูทุบเอาไว้

แล้วก็ไม่ควรมีเสียงซ้ำด้วย อย่าง ฃ ฅ นี่ ไม่รู้จะมีไปทำไม เป็นมรดกทางภาษาที่ไม่ได้มีประโยชน์เลย หรืออย่าง X ก็ใช้ คซ แทนก็ได้ ตัว ญ ก็เป็น นย เอาก็โอเค

ถ้าหากว่าเรามีอักขระทุกเสียงครบ ก็คงมีอักขระเยอะมากๆ ควรจะตัดอักขระที่ซ้ำซ้อน และอักขระที่เกิดจากการผสมเสียงออกให้หมด

- ทุกอักขระออกแบบใหม่หมด เขียนได้ง่าย มีสัญญลักษณ์ดนตรีกำกับเป็นวรรณยุกต์ / แทนวรรณยุกต์

อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวว่า ควรจะมีอักขระที่เขียนได้ง่าย  เห็นแล้วแยกออกได้ง่าย อาจจะใส่สระข้างบน ใส่ระดับเสียงข้างล่าง อันนี้เป็นแนวคิดที่ผมใช้ออกแบบภาษาในฟิคชั่นของผม

ทุกภาษามีอักขระของตัวเอง แต่อย่างที่ผมว่า มันยังไม่สมบูรณ์พร้อม ยังไม่ครบทุกเสียง เพื่อความเสมอภาคเราก็ควรทำชุดอักขระใหม่หมด อาจจะผสมจากอักขระของหลายๆประเทศ แต่เอาเฉพาะตัวอักษรที่ดีไซจ์ไปกันได้

และเพื่อการออกเสียงที่แม่นยำ บางประเทศมีวรรณยุกต์ใช้กัน บางคำต้องออกเสียงโทนต่างๆกัน หรือภาษาบางภาษา ใช้โทนเสียงบอกอารมณ์ในการสื่อสาร เวลาที่เขียนก็สามารถมาร์คได้ว่า จริงๆแล้วต้องออกเสียงโทนไหน สูงหรือต่ำยังไง และยังใช้ประโยชน์ในการเขียนเนื้อร้องเพลง หรือโอเปร่าด้วย

- สามารถที่จะเขียนเสียงทุกเสียงที่มนุษย์เปล่งเป็นคำพูดได้ และคำที่เขียน ทุกอักขระออกเสียงตรงกับเสียงพูด

หลายๆคำในภาษาต่างๆ เขียนเป็นภาษาไทยก็ไม่ตรง 100% ขนาดผมมั่นใจว่า ภาษาไทยมีึความสามารถพอที่จะเขียนคำอ่านให้ภาษาทุกภาษา แต่พอเจอภาษาจีนผมก็ต้องเปลี่ยนความคิด

ภาษาโลก ควรที่จะมีอักขระสำหรับเสียงทุกเสียงไว้รองรับภาษาทุกภาษาในโลก

อย่างน้อยก็เวลาเขียนชื่อต่างๆในประวัติศาสตร์ ควรจะออกเสียงให้ถูก เพื่อเป็นการเคารพต่อคน และสิ่งสำคัญเหล่านั้น ผมรู้สึกแย่มากเวลาที่ประเทศไหนก็ตาม เรียกชื่อออกเสียงของในประเทศอื่นเพี้ยน

อย่างภาษาจีนกับญี่ปุ่นเนี่ย ออกเสียงลำบากก็เล่นแปลงเสียงเอาเลย อังกฤษก็ตัวแปลงเสียง แถมบางคำรับมา เขียนผิดหลักการออกเสียงประเทศตัวเอง ก็ปล่อยไว้แบบนั้น อ่านแล้วชวนสับสน อย่าง hour ไม่รู้คำประเทศไหน แต่ออกเสียง อาวร์ ไม่ใช่ ฮาวร์ ให้คนนอกประเทศอังกฤษอ่านออกเสียงผิดไปตามๆกัน

- ใช้คำท้องถิ่นเป็นหลัก

คำว่าคอมพิวเตอร์ เป็นคำสากล ภาษาทุกภาษาก็ควรเอาคำนี้ตั้งไว้ แต่สำหรับคำอื่นๆ ผมว่าต้องให้เกียรติประเทศที่ประดิษฐ์มันขึ้นมาด้วยการใช้คำในภาษานั้นเรียกมัน อย่างเช่น เราควรเรียกโกโก้ว่า กาเกา ไม่ใช่โกโก้ เพราะต้นกำเนิดมันเรียกกันแบบนั้น หรืออย่างข้าวหอมมะลิ ก็ต้องให้ฝรั่งเรียก หอมมะลิ ไม่ใช่ไปเรียกจัสมินกันตามอำเภอใจ(จนมีตัวหัวใสใจมืดแอบเอาพันธุ์ไปจดสิทธิบัตร แล้วอ้างว่ามันชื่อจัสมิน) ประทัดเราก็ควรใช้คำภาษาจีน และปลาดิบกับข้าวปั้น เราก็ควรเรียกให้ถูกว่า ซาซิมิ ซูชิ และโอนิกิริ

แต่ละประเทศก็มีคำเฉพาะในภาษาของตัวเอง เป็นโอกาสดีที่จะใส่เข้าในดิกชันนารี่ของภาษาโลก ถ้าคำในประเทศอื่นไม่สามารถนิยามได้

- ไม่ผันคำ ไม่มีเพศของคำ

ผมยังไม่ไ้ด้คิดถึงเรื่อง กริยา หรือ ไวยากรณ์ หรืออะไรอย่างอื่น แต่ส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบการผันคำตามเพศ ฐานะ หรืออายุของผู้พูดแม้แต่น้อย เพื่อแสดงความเท่าเทียมกันในฐานะมนุษย์โลก ภาษาในอุดมคติของผมไม่น่าจะมีคำแบบนั้น ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก คนแก่ ควรมีสรรพนามและเทนส์ของกริยาแบบเดียวกัน

อาจจะต้องอธิบายหน่อยว่า อย่างภาษาเกาหลี เวลาผู้หญิง พูดคำว่าพี่ชาย กับผู้ชาย พูดคำว่าพี่ชาย ภาษาเกาหลีไม่ใช่คำเดียวกัน จริงๆมีอีกหลายคำครับ ผู้หญิงกับผู้ชาย ต้องพูดคนละคำกัน ต้องแยกให้ชัดว่าคนพูดเป็นเพศอะไร(เพื่ออะไร?)

หรืออย่างภาษาแถวๆ สเปน ที่เวลาพูดถึงสิ่งของ ต้องพยายามยัดเยียดให้มันมีซักเพศ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพศหญิง อย่างรถ เรือ สรรพนามจะเป็น her ในภาษาเขา ผมว่าบางอารมณ์มันเหมือนเหยียดๆว่าผู้หญิงมีค่าเท่าสิ่งของ มากกว่าจะเป็นความสวยงามของภาษา และยังเป็นการยัดเยียดเพศให้ของอย่างอื่นตามใจชอบ อย่างดอกไม้ดอกนึง อาจจะเป็นดอกไม้ที่มีแต่เกษรตัวผู้ แต่ภาษาก็ยัดเยียดให้มันเป็นผู้หญิง หรือเรือลำนึง ถ้าถามมัน มันอาจจะอยากเป็นผู้ชายก็ได้

จริงๆการเรียก เขา กับ เธอ ผมก็ยังรู้สึกไม่พอใจ ถ้าวันนึง เธอ กลายเป็นผู้ชาย เราควรจะเรียกคนๆนั้นว่า เธอ หรือ เขา ถ้าหากว่าคนๆนึงมีสองเพศ และพอใจกับการเป็นทั้งสองเพศ เราควรจะเรียกคนๆนั้นว่าอะไร(อาจมีคนเสนอว่า เธา แต่มันก็ซ้ำกับสีเทาน่ะสิ) ข้อจำกัดแบบนี้ไม่ควรมีในภาษาโลก

ภาษาโลกควรจะเป็นภาษาแห่งความเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกมนุษย์จากฐานะ ชนชาติ หรือแม้แต่เพศ

แต่การผันตามเวลา หรือสถาณที่ ก็ อาจจะดีก็ได้นะ
(ส่วนตัวผมไม่ชอบหรอก มันน่าจะยุ่งยาก ใช้คำว่า เมื่อวานไปเที่ยวมา ก็น่าจะเข้าใจแล้ว)

----------------------------------------------------------------

จริงๆผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา แต่ผมเชื่อว่าการที่ผมมีอุดมคติแบบนี้ได้ เพราะผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษานี่แหละ
คนเหล่านั้นมักจะรักและเคารพภาษาที่ตัวเองเรียนรู้มา และคงไม่มานั่งคิดแบบผมว่าภาษาที่ตนเองเรียนมีจุดอ่อนแบบที่ผมคิด

แต่ผมคิดว่าทุกวันนี้เรากำลังเป็นคนในโลกเดียวกัน ทุกประเทศควรจะต้องเท่าเทียมกัน ทุกๆคนควรจะมีภาษาที่ใช้เขียนชื่อตัวเอง แล้วให้คนต่างประเทศอ่านออกเสียงได้ตรงที่สุดที่เขาจะอ่านได้ ถึงจะอ่านแล้วออกเสียงเพี้ยน ก็ยังเข้าใจว่าจริงๆมันเป็นเสียงอะไร

ผมก็อยากจะอ่านออกเสียงภาษาต่างๆได้ทุกคำ อยากร้องเพลงภาษาต่างๆได้ตรงเสียง และอยากพูดฟังเข้าใจได้กับคนทุกคนในโลก

แต่ทั้งหมดนี้ ก็เป็นแค่อุดมคติของผมคนเดียว ทุกท่านล่ะครับ อุดมคติของตัวเองกันบ้างไหม แตกต่างกันอย่างไร

ถ้ามีแชร์กันบ้างนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

#9 By (122.155.38.223|122.155.38.223) on 2015-01-24 15:34

#10 By (122.155.38.223|122.155.38.223) on 2015-01-24 15:34

#7 By (122.155.38.223|122.155.38.223) on 2015-01-24 15:34

#8 By (122.155.38.223|122.155.38.223) on 2015-01-24 15:34

#6 By (122.155.38.223|122.155.38.223) on 2015-01-24 15:33

ทราบมั้ยครับว่า ภาษาของประเทศใดๆนี่ เป็นสัญลัำกษณ์ถึงเอกราชของประเทศนั้นๆเลยนะครับ

ดังนั้น จะให้ประเทศใดประเทศหนึ่ง เปลี่ยนไปใช้ภาษาของอีกประเทศนึงเป็นภาษาราชการนี่ มันเป็นไปไม่ได้ครับ นอกเสียจากว่า จะเป็นประเทศอาณานิคม

...มันเสียศักดิ์ศรีมากไปหน่อย

ส่วนการจะให้คิดภาษาใหม่ขึ้นมาเป็นภาษาโลกนี่ ก็ข้อนข้างจะเอ้อ... เป็นไปไม่ได้ครับ หรือว่า ในขั้นตอนการคิดภาษานี่ จะให้ใช้ภาษาตระกูลไหนเป็นภาษาแม่ดี? อันนี้ไม่มีใครยอมใครหรอกครับ

#4 By PentaX on 2009-07-30 15:14

แนวคิดดีมากครับ ( ความจริงก็คิดตรงกันหลายข้อเลย )
นั่นคือสำหรับการสร้างภาษาใหม่ที่เป็นไปได้นะครับ

ส่วนตัวผมอยากได้อุดมคติ อยากให้มีภาษาที่สามารถ
พูดคุยกับทุกสรรพสิ่งบนโลกและสื่สารกับจักรวาลได้ด้วย
โดยไม่ต้องใช้ิอวัยวะในการสื่อสาร open-mounthed smile

#3 By วัชชี่ on 2009-07-30 10:08

สื่อสารทางจิตกันได้จะเยี่ยมมาก

#2 By chimerateddy on 2009-07-30 06:14

ภาษามีไว้สื่ออารมณ์ของผู้พูด จะมีแสดงฐานะ มันก็ไม่แปลก
ความคิดใครความคิดมัน

สังคมแต่ละสังคมมี Norm ที่ต่างกัน เป้นรากเหง้า

อยากเปลี่ยนก็รอคนเห็นด้วยทั้งโลกไปก่อน

#1 By Shuu Exteen on 2009-07-30 04:37