สืบเนื่องจาก เอนทรี่ไก่กะทิ ที่ติดฮอตโพสท์ไปเมื่อวาน

จริงๆแล้วมีการร้องเรียกถึงสิทธิของสัตว์มาตลอดหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแมวน้ำ หมาป่า ปลาวาฬ หรือแม้แต่ตัวมิงค์

ข้ออ้างร้อยแปดพันเก้าที่จะอ้างได้ ตั้งแต่ความประเสริฐของมนุษย์ การรู้ผิดชอบชั่วดี การไม่ป่าเถื่อน การทรมาณสัตว์

----------

ถ้าให้ผมพูด

ผมเองก็ไม่ชอบ ที่มีการล่าสัตว์เพื่อจุดประสงค์ที่ไม่จำเป็น ที่มีการทรมาณสัตว์ก่อนจะฆ่ากินเพื่อจุดประสงค์ที่ไม่จำเป็น

แต่ผมเองก็ต้องยอมรับ ว่าผมพึ่งกินเนื้อไก่ไปเป็นมื้อกลางวัน กินเนื้อหมูไปเป็นมื้อเย็น

ผมไม่สามารถจะชี้หน้าด่าใครได้ว่า ใครเป็นคนเลว เพราะฆ่าสัตว์โดยไม่จำเป็น เพื่อเป้าประสงค์ของตัวเอง
หรือถ้าพูดให้ถูก ผมต้องด่าตัวเองว่าเลวเป็นคนแรก

ผมไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องกินเนื้อ เพื่อนผมกินเจเป็นข้าวเที่ยงทุกวัน แล้วมันก็อยู่ได้
มีคนที่กินเจทุกวัน แล้วพวกเขาก็อยู่ได้
มีคนที่ไม่ต้องกินเนื้อตลอดชีวิต แล้วพวกเขาก็อยู่ได้

การกินเนื้อมันเป็นแค่ความพอใจของเราเอง เราไม่มีความจำเป็นต้องกินเนื้อมากไปกว่าไข่ซักฟอง หรือปลาซักตัว ต่อหนึ่งเดือน
แล้วการที่เรากินหมูกินไก่วันละสามขีด มันจะเรียกว่าจำเป็นได้ยังไง

----------

และที่สำคัญ ไม่ว่าเราจะฆ่าสัตว์หนึ่งตัวเพื่ออะไร จะเพื่อเนื้อ เพื่อหนัง เพื่องา เพื่อกระดูก
มันก็เป็นการฆ่าสัตว์หนึ่งตัวเหมือนกัน

ไม่ว่าเราจะฆ่าสัตว์หนึ่งตัวด้วยวิธีแบบไหน จะทรมาณก่อนฆ่า หรือเลี้ยงให้ดีก่อนฆ่า
มันก็เป็นการฆ่าสัตว์หนึ่งตัวเหมือนกัน

ถ้าให้ผมพูด

จะกินไก่กะทิ หรือกินไก่ตอน มันก็เลวพอกัน
ไก่กะทิทรมาณกับการถูกฝัง และกรอกกะทิ อยู่สามอาทิตย์
แต่ไก่ตอนทรมาณกับการถูกตอนเป็นเดือนๆ ชีวิตอยู่แต่ในโรงเลี้ยง บางทีตั้งแต่เกิด แสงอาทิตย์ก็ยังไม่เคยเห็น แล้วมันก็ถูกฆ่าเป็นอาหาร

ทำไมถึงต้องมาเน้นเอาเฉพาะไก่กะทิ
มาตรฐานอยู่ไหนครับ
สุดท้ายมันก็เป็นแค่เรื่อง เรายอมรับไม่ได้ หรือเราชินแล้ว เท่านั้นเองน่ะเหรอ

----------

เรามีข้ออ้างมากมายที่จะปกป้องลูกแมวน้ำจากการถูกล่าเอาหนังไปทำเครื่องประดับ
แล้วเราก็มีข้ออ้างมากมายที่จะบอกว่าการเอาหนังวัวไปทำหน้ากลองไม่เห็นจะผิดตรงไหน

ถ้าวัวน่ารักเท่าลูกแมวน้ำ เราจะปกป้องวัวหรือไม่
ถ้ามีฟาร์มแมวน้ำ เราจะปกป้องลูกแมวน้ำอยู่รึเปล่า
ถ้าแมวน้ำที่ล่าได้ เอาหนังไปทำเครื่องประดับ แล้วก็เอาเนื้อมากิน เราจะว่าอะไรหรือไม่
เราเคยรู้บ้างมั้ยว่า ลูกแกะอายุเท่าลูกแมวน้ำ ในฟาร์มแกะ ก็มีถูกฆ่าเพื่อเอาไปเป็นอาหาร แทนที่จะเป็นแกะที่โตแล้ว แล้วเราเคยต่อต้านบ้างหรือไม่

หรือเราทำได้แค่ต่อต้านไปตามกระแส

ก็ให้รู้กันไป ว่าไก่กับหมู มันเป็นแค่ตัวอะไรก็ไม่รู้ ที่เรากินได้ลงคอ

----------

การล่าสัตว์แบบสมัยเก่า ที่ถูกเรียกว่าป่าเถื่อน ผมว่ามันยังมีคุณธรรมมากกว่าการเลี้ยงสัตว์เพื่ออาหารแบบในตอนนี้ซะอีก
เพราะพวกมันยังมีสิทธิ์ที่จะสู้ จะหนี จะพยายาม ที่จะได้มีชีวิตรอด ก่อนที่จะถูกเราจับหรือฆ่าได้
และเมื่อมันถูกฆ่า มันก็ถึงได้ยอมรับว่าชีวิตมันจบที่ตรงนี้

แต่สัตว์ที่ถูกเลี้ยง ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะบอกว่า ตัวเองมีชีวิต
มันเป็นได้แค่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และแหล่งผลิตอาหาร
เราอยากทำหมันมันก็ทำ อยากตัดโน่นตัดนี่ก็ทำ อยากฆ่ามันเมื่อไหร่ก็ทำ
มันต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นแค่อาหาร นับตั้งแต่วันที่มันเกิดมา

นี่เหรอครับ ความสุข นี่เหรอครับ ความประเสริฐของมนุษย์ นี่เหรอครับ ใจเขาใจเรา

นี่เหรอครับ ความภูมิใจ ที่เรามีสังคมศิวิไลซ์ ไม่ป่าเถื่อน

----------

เขียนจบที่ตรงนี้ ถ้ามีคนเข้ามาอ่านในระดับนึง ก็คงมีคนที่โวยวายว่า "แล้วจะปล่อยให้ลูกแมวน้ำถูกฆ่ารึไง/แล้วจะปล่อยให้คนทรมาณไก่ทำไก่กะทิต่อไปเรื่อยๆรึไง/ดีแต่พูดขัดคนอื่น/มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ"

ที่ผมอยากพูดให้เข้าใจ คือ ช่วยกรุณาสังวรณ์หน่อยว่า
เราทำเพื่อความพอใจของตัวเอง เพื่อสนองความรู้สึกมีความสุขของตัวเองที่ได้ทำบุญ เพื่อสนองความอยากทางมโนธรรมของตัวเองเท่านั้น

เราไม่มีสิทธิ์อะไรเลย ที่ไปชี้นิ้วด่าคนอื่น ว่า คนนั้นคนนี้โหดร้าย ทำร้ายสัตว์ที่น่ารักได้ลงคอ
เราไม่มีสิทธิ์อะไรเลย ที่ไปชี้นิ้วสั่งคนอื่น ให้เลิกฆ่าสัตว์ เพราะเราคิดว่าไม่จำเป็น
แล้ว ละอายบ้างหรือไม่ ที่คิดว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ ที่คิดว่าตัวเองเป็นสัตว์ประเสริฐ

-----------

ผมเห็นมนุษย์เป็นแค่สัตว์ชนิดหนึ่งบนโลกนี้ ไม่มีความประเสริฐ ไม่มีความน่าภูมิใจ ไม่มีความสูงส่งที่ตรงไหน

เรามีพลังมากกว่าสัตว์อื่น มีความสามารถในการครอบครองมากกว่าสัตว์อื่น แล้วเราก็คิดไปเองว่าเราสูงส่ง ประเสริฐ น่าภูมิใจ ยกหางกันเองทั้งนั้น

ถึงตอนนี้ ก็มาสองมาตรฐาน เรียกร้องความประเสริฐ ความสูงส่งจากคนอื่น

ด้วยบรรทัดฐานความประเสริฐของตัวเอง

คนทำไก่กะทิยังดูประเสริฐกว่า ถ้าพวกเค้าจะยอมรับความจริงว่าตัวเองไม่ใช่สัตว์ประเสริฐ
เป็นแค่สัตว์ธรรมดาที่ทำตามความอยากของตัวเอง

ผมก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่ชื่อมนุษย์ มีชีวิตอยู่เพื่อความอยากของตัวเอง
ไม่ว่าจะอยากทำอะไร เพื่อคนอื่น เพื่อสังคม เพื่อโลก เพื่อเพื่อนร่วมโลก มันก็เป็นแค่ความอยากของตัวเอง เพื่อสนองความพอใจของตัวเอง
ไม่ต่างอะไรกับคนทำไก่กะทิ ที่พอใจกับการกินของอร่อยหวานละมุนนุ่มลิ้นอย่างไก่กะทิ
และคนบางกลุ่ม ที่พอใจกับการทำตัวเป็นคนประเสริฐจนไม่มีความรู้สึกอยากกินไก่กะทิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ๊ะโอ๋... ไม่น่าเชื่อว่าจะมาเจอคนเก่าคนแก่แถวนี้
Thaina Yu The Greenwolf... หึหึหึ
คงจำไม่ไ้ด้ละซิว่าใคร ๕๕๕ ช่างมันเหอะ

มาพูดถึงประเด็นของ entry นี้
ส่วนตัวมีความเห็นว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่ "เลือกกระทำ"
เพราะฉะนั้นก็ขอให้เลือกสมชื่อหน่อยละกัน

ไม่ใช่เอะอะมันจะกินมันก็กินหมดเลย หมา แมว ไม่เหลือ
พวกไม่เห็นด้วยมันก็ห้ามไม่ให้กินสักอย่าง มังสวิรัติ จงเจริญ

ขอโทษเหอะ...พืชก็มีชีวิตนะครับ
ยิ่งเป็นคนกินมังสวิรัติแสดงว่าจงใจทำลายเผ่าพันธ์พืชโดยเฉพาะ !!? (( ล้อเล่นนะ ))

ส่วนเรื่องวิธีการทำอาหารนั้น ไม่ขอออกความเห็น
ถ้าไม่มีคนสั่งเขาก็ไม่ทำกันหรอก...

#1 By MoMo Le Dark ¹³ on 2008-03-19 07:36

อ่านแล้วชักต้องการสนองความอยากทางมโนธรรมแฮะ
ช่วงนี้กินเจ โนคอมเมนท์
คิดมากขนาดนี้ระวังสุขภาพจิตด้วยนะครับ เดี๋ยวโรคประสาทขึ้นสมอง
ด้วยความหวังดี

#3 By turks on 2008-03-19 12:20

มันอยู่ที่ความรู้สึกส่วนตัวครับ
คนทำอาจจะไม่รู้สึก คนที่ชอบกินก็คงไม่รู้สึก แต่คนที่รุ้สึกไม่ชอบ เขาก็จะแสดงความรู้สึกแบบนั้นออกมา

ถ้าเรารู้สึกว่ามันแย่ มันไม่ดี ก็อย่าไปสนับสนุน อย่าไปกินมันเลยครับ คงไปกะเกณฑ์ชี้นำคนอื่นได้ยาก ถ้าคนเราซึ่งมีสามัญสำนึกในระดับที่ต่างกัน คนที่มีมากหน่อยเขาก็จะรู้ว่ามันยอมรับได้ยากสำหรับเขาเอง เขาก็จะไม่กินหรือหลีกเลี่ยงไป

ส่วนในเรื่องของการกินภาคปกตินั้น คนทั่วไปก็คงไม่ค่อยตระหนักถึงความสำคัญ เพราะมันมีมานานแล้ว จึงไม่รู้สึกว่ามันผิดอะไร แต่การกินแบบนั้นมันผิดแหวกออกมาจากการฆ่าแล้วกินทั่วไป ทำให้เกิดความรู้สึกที่มากเกินไป

แต่ถ้ามองกันจริง ๆ การฆ่าสัตว์มันก็ผิดอยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นคนก็ยังทำ เพราะยังต้องการสนองความต้องการส่วนตัวอยู่

ส่วนคนที่เหนือปกติขึ้น เป็นคนพวกถือศีลและเล็งเห็นว่าการกินสัตว์อื่นเพื่อเลีย้งตนนั้นไม่ดี เขาก็จะไม่กิน

ความรู้สึกพวกนี้มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะครับว่าจะรู้สึกอย่างไร อาจจะเป็นการสั่งสอน ศีลธรรม สภาพแวดล้อม แม้กระทั่งคิดไปเอง

กระนั้นก็คงขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกส่วนบุคคลแล้ว และคงใช้ชี้วัดมาตรฐานคนอื่นไม่ได้ว่าระดับเลว ระดับไหนประเสริฐ ระดับไหนป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม

เพราะการกะเกณฑ์ทั้งหมด ใช้มาตรฐานของคนเราส่วนใหญ่ทั้งนั้น ถ้าคนหมู่มากบอก มันน่าเกลียดนะ และมีคนเห็นด้วยว่ามันน่าเกลียดมาก ๆ สิ่งนั้นจะกลายเป็นสิ่งน่าเกลียดไปเอง

มันเป็นแบบนี้ล่ะครับ
ถ้าเราต้องถูกฆ่าแน่ๆ
โดยเขาให้เลือกระหว่าง ถูกฉีดยาให้ตายอย่างสงบ
กับ โดนฝังดินทั้งเป็นให้ค่อยๆตาย

จะเลือกแบบไหน

อย่าบอกว่าคนไม่ใช่ไก่ จะยอมให้ใครฆ่าง่ายๆได้นะ







#5 By koyubi on 2008-03-19 13:51

มันอยู่ที่วัฒนธรรมของแต่ละท้องที่ด้วยนะผมว่า
บางจังหวัดฆ่าหมากินเป็นปกติ แต่คนจังหวัดอื่นอาจมองว่าโหดร้ายก็ได้ เช่นเดียวกับแมว แต่นี่คือการกิน

ถ้าเป็นการฆ่าเพื่อทำของใช้ก็คิดว่าปกตินะ ถ้าไม่มากเกินความจำเป็น confused smile (ถึงทุกวันนี้จะเรียกได้ว่าฟุ่มเฟือยก็เถอะ...)

ทั้งนี้ทั้งนั้น มันเป็นหัวข้อที่น่าจะคุยกันยาว ด้วยปาก แค่รีพลายเอนทรีหรือเอ็มมันไม่ค่อยมันส์ครับconfused smile

#6 By Lullaby-nocturne (ลู) on 2008-03-19 17:38

confused smile น่าร้าก

#7 By hiney* on 2008-03-19 20:59

จากมุมมองของผมแล้ว มนุษย์ก็ไม่ได้ประเสริฐ หรือเลวร้ายอะไรหรอกครับ เราอุปโลกแต่งเติม มาบังอาจบัญญัติชั่วบัญญัติดี กันเอาเองมากกว่า มนุษย์ก็เป็นแค่สัตว์ชนิดหนึ่งเท่านั้นเอง เพียงแต่วิวัฒนาการมาเหมาะสมกับการอยู่รอด และเติบโตบนดาวโลกอย่างรวดเร็วกว่าสัตว์ชนิดอื่น

สัญชาติญาณอยาก ก็เป็นสัญชาติญาณธรรมดา ที่มีในสัตว์ทุกชนิดและมนุษย์ทุกคนล่ะครับ จะคน จะสัตว์ มันก็แค่ธาตุที่มาประชุมกันเป็นครั้งคราว แล้วเดี๋ยวก็เลิกรา แยกทางกันไปเท่านั้นเอง

#8 By Penz on 2008-03-19 21:13

ตอบคุณ ไทน่า ครับ

คำว่า "มนุษย์" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้บรรญัติคำว่า มนุษย์ ไว้ว่า สัตว์ที่รูู้็จักใช้เหตุผล สัตว์ที่มีจิตใจสูง ซึ่งแตกต่างจากคำว่าคนซึ่งหมายถึง สัตว์ร่วมโลกธรรมดา

ประเด็นที่คุณว่า การที่เราฆ่าสัตว์นั้น ไม่ว่าจะโดยวิธีการไหนก็ไม่แตกต่างกัน บาปเหมือนกัน อันนี้ผมไม่เถียงครับว่าบาป เพราะ 1 ชีวิตเหมือนกัน แต่วิธีที่กระทำของพวกเมนูเด็ดทั้งหลาย เช่น ไก่กะทิ หรือ วัวนรก นั้น มันไม่ดูเกินจริงและทรมานสัตว์ไปหน่อยหรือครับ

ความศิวิไลซ์ ความมีวัฒนธรรม ที่พัฒนามาพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ ทำให้มนุษย์ได้มีแนวคิดที่แตกต่างไปจากเดิม ลบคำว่าป่าเถื่อนออกไป คนสมัยก่อนที่คุณไทน่าได้มาตอบในกระทู้ผมนั้น ที่กระทำการฆ่าสัตว์โดยการผูกสัตว์เป็นๆไว้กับต้นไม้ เป็นวีธีที่ทรมานมาก ถ้าคนสมัยก่อนคิดว่าดีจริงแล้วเค้าจะพัฒนาโรงสัตว์มาเป็น
ขั้นตอนทำไมหล่ะครับ ไม่ได้ให้สัตว์เหล่านั้นได้ทรมาน
น้อยสุดหรอกหรอครับ? หรือตัวอย่างง่ายๆของความป่าเถื่อนในสมัยก่อน คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สมัยนี้ก็หมดไปแล้วใช่ไหมครับ
วิวัฒนาการพัฒนามาพร้อมกับความสูงส่งทางจิตใจที่เพิ่มขึ้นครับ

แล้วคำถามที่คุณไทน่า ถามว่า ทำไมต้องมาเน้นเฉพาะไก่กะทิ มีมาตฐานอะไรวัด? ขอตอบว่าผมไม่ได้เน้นเฉพาะไก่กะทิครับ คือรวมพวกเมนูปะหลาด ๆ อันอื่นด้วยครับ แต่พอดีไม่ได้เขียนถึงเพราะไม่รู้วิธีทำที่แน่ชัดครับ

ส่วนตรงที่้ "ถึงตอนนี้ ก็มาสองมาตรฐาน เรียกร้องความประเสริฐ ความสูงส่งจากคนอื่น

ด้วยบรรทัดฐานความประเสริฐของตัวเอง

คนทำไก่กะทิยังดูประเสริฐกว่า ถ้าพวกเค้าจะยอมรับความจริงว่าตัวเองไม่ใช่สัตว์ประเสริฐ
เป็นแค่สัตว์ธรรมดาที่ทำตามความอยากของตัวเอง"

ขอตอบว่า จุดประสงค์ของผมนั้นไม่ได้มาเรียกร้องความประเสริฐอะไร
จากคำว่า มนุษย์ นะครับ และผมก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองประเสริฐอะไรขนาดไหน ผมเพียงแต่อยากให้ผู้อ่านได้รับรู้ ว่าขั้นตอนของอาหารจานเด็กชื่อดังประเภทนี้มาอย่างไร
โหดแค่ไหนเท่านั้นแหละครับ เพราะผมก็บอกไปแต่แรกแล้วว่า ผมอ่านไปเจอเรื่องสังหารหมู่ที่เขมร ผมก็เลยนึกถึงไก่กะทิขึ้นมาครับ


และสุดท้ายผมก็ไม่ได้เรียกร้องให้ เลิกกินสัตว์ อะไรหรอกนะครับ เพราะผมเชื่อว่า ที่มนุษย์กินสัตว์เป็นอาหารนั้นไม่ได้เป็นการผิดอะไรครับ อย่างที่คุณบอกว่า จะให้มากินเจ อะไรทำนองนั้นผมก็ทำไม่ได้หรอครับ แต่ เราต้องยืนอยู่ตรงความพอดีครับ แค่ไก่หมูธรรมดาที่เรากินกันก็เพียงพอ หรือเราต้องการรสชาติที่แลกมากะความทรมานของสัตว์
ก่อนตายหรือครับ

สุดท้ายนี้จริงๆครับ ขอขอบคุณความคิดเห็นของคุณไทน่านะครับ ส่วนนี่คือความเห็นผม และ นั้นคือความเห็นคุณเท่านั้นเองครับ ขอบคุณสำหรับความเห็นในอีกแง่มุมนึงครับ

#9 By MoMo on 2008-03-19 22:00

มันเป็นธรรมดาซะแล้ว.....

ปล่อยเค้าทำไปเหอะ ถ้าเขาสบายใจ
FACT ไม่จำเป็นต้องมีความเห็น มองด้านไหนก็เหมือนกัน

จบ..
บล็อกของผมคือความเห็นของผม(และคนส่วนใหญ่ที่มาเม้นท์)
บล็อกของคุณคือความเห็นคุณ...

บล็อกผมแต่งเพื่อประดับความรู้แก่สังคม เผยแพร่สิ่งต่างๆที่สังคมยังไม่อาจรู้ คนปกติ เข้ามาอ่านแล้วไม่เห็นด้วยกดปิด หรือแสดงทัศนคติที่เป็นกลาง ทำให้โลกของผมเปิดกว้างขึ้นอีก ถ้าเห็นด้วยก็นำความรู้นี้ไปประยุกต์ แต่คนที่ไม่เห็นด้วยแล้ว มาคอมเ้มนท์ด่าผม อย่างนู้นอย่างนี้ ทำตัวขวางโลกที่พยามจะสื่ออะไรที่ขัดแย้งกับคนอื่น และคิดว่าตัวเองถูก ต้องชนะ และที่สำคัญคือไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง เรียกว่าคนอะไรขอให้ไปคิดเอาเองนะครับ...

อ่อ แล้วที่ว่า โคเปอนิคัส เสนอแนวคิดว่าด้วยโลกกลม แล้วคนไม่เชื่อ ไม่ยอมรับ มันคนละเหตุผล คนละประเด็นกันครับ คุณมาแสดงทัศนคติ แบบข้างๆคูๆ อยากจะเอาชนะ ทั้งที่ เอนทรีไก่กะทิ ที่ผมเขียนนั้น เพื่อที่จะแสดงให้คนเห็นถึงความทารุณโหดร้ายเท่านั้นเองครับ ไม่ได้จะมาบอกแต่ว่า เราเป็นสัตว์ธรรมดา ถ้าคิดอย่างนี้ ก็เปรียบเหมือน คนที่ไม่คำนึงถึงปัญหาโลกร้อน และยังคงใช้ถึงพลาสติกต่อไปโดยคิดว่ายังไงมันก็ต้องเกิด กระนั้นก็ตาม เอนทรีของผมนี้ ก็ทำให้คนไม่ต่ำกว่า 50 คนที่มาอ่านได้ตระหนัก จริงไหมครับ??

#12 By MoMo on 2008-03-20 22:43

ขอทิ้งท้ายนิดนึงครับ ผมอยากให้คุณเปิดใจให้กว้างกว่านี้ แล้วรับฟังความคิดเห็นคนอื่นบ้าง แค่นี้แหละครับ

#13 By MoMo on 2008-03-20 22:46

ข้อหนึ่ง จุดประสงค์ของเอนทรี ที่ผมเขียน คืออยากจะให้หยุด เมนูการทำร้ายสัตว์ หรือคุณต้องการจะบอกว่า กินมันไปเถิดยังไงก็เหมือนกัน ไก่ตอนไก่กะทิ

ข้อสอง คุณเข้าใจว่า ทุกอย่างมีค่าเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็น ไก่ตอน ไก่กะทิ วัวนรก กุ้งเต้น ใช่มั๊ยครับ? ทุกอย่างมีค่าเท่ากัน 1 ชีวิตเท่ากัน ใช่มั๊ยครับ? ฉะนั้น มนุษย์กินเนื้อมนุษย์ มีค่าเท่ากับกินเนื้อหมูเนื้อไก่ โอเคครับ คุณเชื่ออย่างนี้

ข้อสาม การที่ผมบอกว่า อย่าไปกินไก่กะทิ(รวมถึงพวกเมนูปะหลาดเมนูอื่น) แล้วคุณไม่เห็นด้วย ฉะนั้นให้กินไป เลยตามเลย ใช่มั๊ยครับ? งั้นสรุปได้ว่า การที่ปัญหาโลกร้อนที่เค้ารณรงค์อยู่อย่างเอาเป็นเอาตายนั้น คุณไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย เพราะคุณไม่ใช่สัตว์ประเสริฐ ไม่สนใจว่าโลกจะเป็นยังไง เลยตามเลย

ข้อสี่ การที่คุณบอกว่า สิ่งมีชีวิต ตายยังไงมีค่าเท่ากัน ใช่มั๊ยครับ งั้นผมสรุปได้ว่า สมมติว่าคุณโดนโทษประหาร คุณไม่แคร์ว่าจะโดนโดยวิธีไหน ไม่ว่า จะโดยฉีดยาสลบ หรือ โดยที่ผู้คุมจับคุณไปหั่นแขนขา และปล่อยให้เลือดหมดตัวตายไปเอง คุณไม่สนว่าจะเป็นวิธีไหน และคุณสามารถจะโดนมัน โดยที่คุณไม่รู้สึกอะไรเลย

ข้อห้า การที่คุณบอกว่า คุณพูดให้คนอื่น โดยไม่ใช่ผม และยังกล่าวหาผมว่า ผมมานั่งสะจัยกะพวกคอมเม้นท์ที่ด่าคุณ แต่ในความเห็นผมนั้น กลุ่มคนเหล่านั้นคือคนที่มีความคิดเดียวกับผม แล้วจะไม่ให้ผมพูดแทนพวกเค้าได้ยังไง อย่างน้อย ผมก็มีความทราบซึ้งใจที่พวกเขา มาคอมเม้นท์ให้ผม ละตระหนักถึงความทารุณโหดร้าย ซึ่งคุณคงไม่แคร์

ข้อหก ผมบอกคุณตอนไหนว่า กินไก่ตอนแล้วดีกว่าไก่กะทิ คุณเป็นคนเริ่มเรื่องนี้เองทั้งเพ แต่ยังไงผมก็ยอมรับว่า ทุกวันนี้ ผมยังกินเนื้อสัตว์ แล้วการที่คุณบอกว่าผมไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องไก่กะทิ เป็นอันว่า เรื่องที่ผมควรเขียนคือ "ท่านทั้งหลายจงมาเสนอวิธีการฆ่าสัตว์เพื่อการกินของเรา" งั้นหรอ?? ผมคงทำไม่ได้เพราะในตัวผมนั้น ยังมีจริยธรรม และ สำนึกพอที่จะรู้ว่า แค่เรากินมันก็เพียงพอแล้ว โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปทรมานมันขนาดนั้นก่อนตาย

ข้อเจ็ด การที่คุณบอกว่า ผมนั้นไม่ยอมรับความเห็นของผู้อื่นนั้นผิดถนัด คอมเม้นท์แรกที่คุณมาคอมเม้นท์ในบล็อกผม ผมอ่านแล้วยังไปตอบให้คุณว่า ผมคิดยังไง ผมไม่เคยพิมไปซักตัว ว่าผมไม่ยอมรับคอมเม้นท์คุณ ผมรับฟัง แต่ไม่ได้ไม่เห็นด้วยซะทีเดียว ถ้ามี โปรดหาหลักฐานมาโพสด้วย

ข้อแปด ผมว่าคุณควรคิดก่อนพิม คนอย่างผมไม่เคยหาเรื่องใครก่อน แต่เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ขอบอกว่า ผมไม่ยอม ให้ใครมาป่วน และ กล่าวหาผมอย่างผิด ๆ ย้ำว่า บล็อกผม ตั้งขึ้นมาเพื่อ เผบแพร่ แก่สังคมให้ตรัหนักถึงความจริงต่าง ๆ แค่นั้น

ข้อเก้า หยุดเถอะครับ หยุดเถียงข้างๆคูๆ หรือไม่ก็คิดอะไรก็โพสไว้ในพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องมาทำใหญ่ในพื้นที่ของผม ผมไม่ได้มีเวลาว่างทั้งวันกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ ขอฝากสำนวน ปลาหมอตายเพราะปาก-พูดอะไรแล้วเสียเอง

ป.ล. พ่อมึงขายไก่กะทิหรอครับ

#14 By MoMo on 2008-03-21 00:01

อย่าตอบโต้เค้าให้เปลืองตัวเลยครับ

เค้าไม่มีวันเข้าใจสิ่งที่คุณจะสื่อหรอก


ปล่อยเค้าไปตามกระแสของสังคมเถิด

#15 By book on 2008-03-21 21:19

เหอ ๆ คุณนี่ช่างหลงประเด็น เบี่ยงเบนประเด็น จริง ๆ นะ

ขอนอกเรื่องก่อนละกันนะ จากที่ผมอ่านลองอ่านเอนทรีเก่า ๆและประวัติของคุณดูนะ เอาจริงๆเลยว่า คุณนี่ทำตัวไม่เหมาะ กะ คำว่า นักศึกษามหาลัยปีสอง เลยจริงๆนะ ขอโทษนะ ถ้าผมจะบอกว่า คุณคิดอะไรแบบตื้น ๆ คิดอะไรแบบที่เด็กหมาลัยควรจะมีวุฒิภาวะพอที่จะคิดอะไรได้ดีกว่านี้ กระบวนการการคิดของคุณยังเสมือนเด็กแก่แดด ที่พยามจะเถียงให้ตัวเองถูกอยู่เล้ย ความคิดและโลกทัศน์ของคุณซึ่งชื่อว่าเป็นเด็กหมาลัยปีสอง ควรจะมีอะไรที่มากมายกว่านี้ ดังเช่นเอนทรี อยากให้รู็จักผมมากกว่าเดิม นั้น ขอบอกตามตรงว่า มันเป็นอะไรที่งี่เง่ามากที่สุด และขอบอกตามตรงอีกรอบว่า ชีวิตของคุณควรให้อะไรอย่างอื่นมาเกิดแทนคุณมากกว่า รู็สึกเสียดายชีวิตคุณมาก "ความสิ้นหวังเป็นหนทางแห่งคนโง่" เห้อ จริงๆนะครับ หัดปล่อยวางอะไรบ้างเหอะครับ

ทัศนคติ และความคิด และ ความเกรียนของคุณ มันมากจิงๆ ๆ มัวแต่ไปเถียงคนอื่น อวดฉลาด ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว สมองคุณหน่ะ ยังไม่สามารถ ตีบทความของผมออกได้เลย ถึงตรงนี้ ผมก็ไม่ได้อวดฉลาดนะครับ ผมอยากจะบอกว่าผมเป็นเพียงแค่ นักศึกษามหาลัยปีหนึ่ง เด็กกว่าคุณอีก แต่ผมก็งงตั้งแต่แรกที่คุณพยามจพเข้ามาเบี่ยงประเด็นไปเปน ไก่ตอน เอย รถยนต์ เอย หรีือแม้กระทั้ง กล่าวหาว่าผม ด่ามนุษย์ว่าเป็นสัตว์ เดรัจฉาน

เอาละครับ ที่นี้มาเข้าเรื่องกันเลย เม้นท์ล้าสุดที่คุณตอบโต้มานั้น ผมอ่านแล้วก็ งง ๆ เหมือนกันครับว่าคุณต้องการจะสื่ออะไร เห็นเขียนมามีแต่ประเด็นเก่า ๆที่เถียงคำไม่ตกฟาก ที่คุณพยามจะบอกผมนั้น คือการกล่าวหาว่าผมด่าว่าคนกินไก่กะทิว่าไม่ใช่มนุษย์ กล่าวหาว่า มีความเป็นคนน้อยกว่าผม กล่าวหาว่า ผมดูถูกพวกเค้า งั้นหรอครับ ???? ช่วยหาหลักฐานมาด้วยครับ ว่าผมพิมตรงไหนว่า ผมเป็นสัตว์ประเสริฐ คนอื่นไม่ใช่ ผมบอกว่า
มันสมควรแล้วหรอทีจะเรียกมนุษย์ว่าสัตว์ประเสริฐ แค่นั้นเอง แล้วคุณมาเป็นเดือดเป็นร้อนอ่ะไร ห๊ะ พอแค่นี้ละกันครับ ขี้เกียจพิมละ

ป.ล. เอ่อ ๆ คุณชนะคุณถูก ผมผิดเองหล่ะครับ^^
เอาไปเลย ล้านเยนน พอใจยังครับ
ป.ล. 2 เอ่อ พ่อมึงขายไก่กะทิจริงๆด้วย เป็นเดือดเป็นร้อนใหญ่เลย ฮ่า ๆ

#16 By MoMo on 2008-03-21 23:48

โอเค ๆ ชนะแล้วนะ ๆๆๆๆๆๆ ภูมิใจยังครับ

คูณณณณณ ชนะแล้วว ผมยอมแพ้

ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ ดีใจไม๊ครับ

ทีนี้ชนะแล้ว บล็อกผมจะได้เงียบซะที ฮ่า ๆๆๆ

ปอลอ ไม่ตอบประเด็นเก่า ๆ แล้วนาาา ตกแล้ว ประเด็นเก่า ๆ ผมแพ้หมดแล้ว ถ้าอยากเถียงก็ประเด็นใหม่ ๆ นะ ฮ่าๆๆๆๆๆ หนุกดีๆ ชอบๆ






อ่ออออออ แต่อ่านแล้วอย่าเบี่ยงประเด็นอีกนะครับ มันแสดงถึงระดับสติปัญญา^^

#17 By MoMo on 2008-03-21 23:52

"ผมตระหนักถึงความทารุณโหดร้ายที่คุณเสนอมากกว่าคุณเป็นไหนๆ

เพราะผมตระหนักถึงความทารุณโหดร้ายที่แม้แต่คุณเองก็ยังไม่สนใจ แต่คุณไม่คิดจะฟังคำทักท้วง

ผมแค่อยากจะบอกว่าผมเกลียดการประนามคนอื่นแบบสองมาตรฐาน ประนามว่าคนอื่นเลว ต่ำ ไม่ใช่มนุษย์"


น่านนน ๆๆๆๆ แสดงความเขลาออกมาอีกก ใครบอกว่าผมประณามคนอื่นว่า ไม่ใช่มนุษย์ ฮ่า ๆ ไม่เคยพูดเล้ยยย สมองคิดได้แค่นี้หรอ มั่วๆ มาเอง อ่านไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด เห้อ คนเรา นะ ผมก็แค่พูดว่า เราสมควรแล้วหรอ ที่เรียกตัวเองว่า สัตว์ประเสริฐ ไอ้บ้า

ดู้้ ๆๆๆๆๆๆๆ ดู แล้วยังจามีหน้ามาบอกอีกนะว่า "ผมตระหนักถึงความทารุณโหดร้าย มากกว่าคุณเปนไหนๆ" โฮะ ๆ พิมมาได้ไม่อายคีย์บอด
ขอแนะนำนะครับ ว่า สมองคุณคงจะเบลอแล้ว กลับไปอ่านคอมเม้นท์ ของคุณเองก่อนเถ้ออออ แล้วค่อยมาต่อกร กับผม ฮ่า ๆ

แสดงความเขลาออกมาแต่พอดี นะครับ คุณผู้ชนะ

#18 By MoMo on 2008-03-22 00:37

ตามคุณ MoMo เข้ามา....
กรุณาอย่าเถียงต่อไปเลยครับ เพราะวีรกรรมคุณเจ้าของบล็อกมีมากกว่าที่คุณคิดไว้ ไม่เชื่อก็ลอง Search google ชื่อคุณเจ้าของบล็อกดูก็จะเห็นมากกว่านี้ครับ