ครั้งที่แล้วผมบอกทุกคนไปว่า ไม่อยากให้รู้จักตัวจริง
แต่เมื่อคิดถึงสภาพความเป็นจริงของชีวิตตอนนี้แล้ว รู้สึกว่าอยากให้รู้จักตัวจริงของผมกันซักหน่อยแฮะ

ผมชื่อจริงว่า นิธิพัฒน์ ยูวะสนธิ นักศึกษาปีสองของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

สาเหตุที่อยากให้รู้จักตัวจริงของผม เพราะผมคิดว่า อยากจะให้เพื่อนในโลกไซเบอร์หลายคนที่ผมรู้จัก จากบอร์ดการ์ตูนที่ผมรักทั้งสองบอร์ด InsiteCartoon และ PocketOnline
ได้มางานศพของผมบ้าง ถ้าผมเกิดเป็นอะไรขึ้นมา หรืออย่างน้อย ก็ให้รู้ว่า ทำไมอยู่ๆผมถึงจะหายไป โดยที่ไม่ได้บอกกล่าวสาเหตุ
เพราะผมอาจจะตายไปแล้ว

พูดเหมือนง่ายเลยนะครับ เพราะผมมีเหตุผลอยู่3 ข้อ

1 -คือผมเป็นคนดวงซวยพอสมควร แล้วไม่ค่อยชอบระวังตัวด้วยจะตายเมื่อไหร่มันก็ไม่แปลกเลย

2 - คือตอนนี้ชีวิตผมมีโอกาสล้มเหลวค่อนข้างมากมาก และความล้มเหลวของผมนั้น จะทำให้ผมจำเป็นต้องทิ้งความฝันที่มีอยู่ แล้วผมเป็นคนที่ไม่ต้องการใช้ชีวิต โดยทิ้งความฝันของตัวเองไป ถ้าต้องทำตัวเป็นพนักงานบริษัท เป็นฟันเฟืองที่หมุนไปตามระบบ ไม่ต้องมีฝัน หมุนไปเท่าที่ยังแรงหมุน แล้วมานั่งรำลึกความหลังในตอนแก่ ฝากฝังความหวังให้กับคนรุ่นหลังผมตายดีกว่า

3 - คือผมอยากตายอยู่แล้ว ความตายมันก็เป็นแค่การเดินทางไปในทางที่เราไม่มีทางรู้จัก แต่ยังไงก็ต้องเดิน ผมเชื่อเรื่องวิญญาณ และเชื่อเรื่องการเกิดใหม่ ต่อให้ต้องตกนรกก็ยังเชื่อว่าเกิดใหม่ได้
และผมข้องใจเกี่ยวกับเรื่องความตายหลายอย่าง ระบบของนรกที่เล่าต่อๆกันมาแล้วผมสรุปไปสรุปมา มันห่วยแตก อยากไปดูนรก แล้วก็อยากรู้อะไรหลายๆอย่างหลังจากที่ตายไปแล้วแล้วก็อยากคุยกับพญายมหรือเทพนรก(ถ้ามีน่ะนะ)ซะหน่อย
ความตายเป็นสิ่งที่ผมอยากทำเป็นอย่างสุดท้าย ถ้าผมแน่ใจว่า ไม่มีอะไรที่ผมอยากทำอยู่ในโลกนี้อีกแล้ว หรือเหลือแต่สิ่งที่อยากทำแต่ทำไม่ได้ ผมก็จะตาย เป็นเหตุต่อเนื่องจาก ข้อ 2 ด้วยว่า ถ้าผมไม่เหลือความฝัน ผมก็เหลือความตายนี่แหละที่เป็นความฝันสุดท้ายของชีวิต

เพราะผมฝันที่จะทำอะไรหลายอย่าง และมันมีความเป็นไปได้มาก ถ้าผมสามารถดำเนินชีวิตได้ตามใจ
แต่ภายใต้กรอบที่ชื่อครอบครัว ผมทำไม่ได้ ทั้งๆที่กรอบที่ครอบครัวผมตั้งขึ้น
มันทั้งไร้สาระ และแทบจะหาเหตุผลรองรับไม่ได้
และผมเป็นคนที่ไม่อยากฝืนตัวเอง เมื่อคิดถึงชีวิตจากนี้ไป ผมไม่อยากจะใช้ชีวิตด้วยการฝืนใจตัวเองเพื่อคนอื่น
ไม่ว่ายังไงสำหรับผม ผมก็ยังเห็นแก่ตัวตัวเองคือที่ 1 ผมทำเพื่อคนอื่นได้ เพราะผมมีความสุขที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นแต่ผมเสียสละความสุขทั้งชีวิตของตัวเองเพื่อคนอื่นไม่ได้

เพราะการใช้ชีวิตอย่างที่ฝันคือความสุขของผม ผมฝัน ว่าจะทำงานที่อยากจะทำได้ตลอดชีวิต(ซึ่งก็มีหลายอย่างน่ะนะ) อาจจะไม่ทุกอย่างภายในชีวิตหนึ่งชีวิตฝันว่า ทำงานได้ตลอดเวลาไม่ต้องพัก เพราะเป็นงานที่สบายใจ ได้เงินไม่ต้องมากมาย แค่มีเพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ เลี้ยงครอบครัวได้ เลี้ยงคนที่เคยเลี้ยงผมมาได้ ทั้งปู่ ย่า อา ลุง พ่อ แม่ และแม่(ผมไม่ได้เขียนผิดนะ) ไม่ได้กตัญญูหรอกนะ แต่การได้ใช้หนี้มันก็เป็นความสุขของผม (แต่การสร้างหนี้มันเป็นทุกข์แฮะ) แล้วยังหาเรื่องไปทำอะไรเพื่อสังคมหรือเพื่อโลกได้ได้ ซึ่งถ้าผมทำงานที่ฝันผมอาจจะมีทุนมากกว่าที่คิด แต่ความเป็นไปได้มันก็ไม่ค่อยมากเท่าไหร่

พูดถึงแต่ฝันๆๆๆ อาจจะไม่รู้เรื่อง ผมอยากทำเกมครับ เกมคือบทสุดท้ายแห่งงานศิลปะ ที่มีทั้งภาพ เสียง เนื้อเรื่อง และยังสามารถให้คนอื่นควบคุมตามใจได้ผมอยากคิดเรื่องราว คิดระบบ คิดอะไรสวยๆงามๆเอาไปทำเป็นเกม ให้คนอื่นเล่น แล้วก็เล่นไปกับเค้าด้วย นี่เป็นความฝันแรก เพราะมันมีโอกาสที่จะเก็บทุนและมีความเป็นไปได้สูงสุด
นอกนั้นผมก็อยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมมีสิ่งที่คิดแล้วเกี่ยวกับพวกเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ อยากหาวิธีพิสูจน์ออกมา (ว่าไป ถ้าพิสูจน์ความตายได้ ผมก็อาจจะไม่อยากตายน่ะนะ) แล้วก็อยากทำอะไรเพื่อสังคม เพื่อมนุษยชาติ (ถ้าผมเป็นนักวิทยาศาสตร์อาจจะได้ทำอะไรออกมาให้มนุษย์โลกก็ได้) อยากเป็นเกษตรกร ใช้ชีวิตอยู่กับต้นไม้และพืชผัก ซึ่งสามอย่างหลัง จะทำพร้อมกันเลยก็ยังได้

ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่า ในชีวิตผม สามารถเป็นไปได้ และทำพร้อมกันซัก 3 อย่างก็ยังสามารถทำได้ถ้าผมสามารถก้าวไปที่จุดนั้นได้

แต่ตอนนี้ มีโอกาสมากที่ ผมจะไม่สามารถทำอย่างที่ว่ามาได้ เพราะผมยังจำเป็นต้องพึ่งโอกาสจากครอบครัว แต่ครอบครัวก็เป็นกรงขังให้ผมทำตามอย่างที่คิดเช่นกัน ผมก็ไม่อยากโทษครอบครัวล่ะนะ คงต้องโทษตัวเองที่ผมไม่ใช่คนที่ฝืนตัวเองได้ ถ้าหากว่าผมจะล้มเหลวในชีวิต

ดังนั้นผมอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่แปลก และยังสามารถที่จะฆ่าตัวตายได้ทุกๆเทอมภายใน 4 ปีนี้ด้วย ผมไม่ได้กลัวความล้มเหลวจนต้องฆ่าตัวตายหรอกนะ แต่สิ่งที่ผมฝันมันยากเกินกว่าที่ผมจะกู้สถาณการณ์จากการล้มเหลวได้ ก็อย่างที่บอก ถ้าผมล้มเหลว ผมก็ต้องทิ้งฝันทั้งหมดที่มี ผมตายก่อนดีกว่า

ดังนั้น ถ้าผมตาย ก็อยากจะให้รู้ว่า ผมตายแล้วนะ จากนี้จะไม่มีหมาเขียวชื่อไทน่ามารบกวนใครอีกต่อไปแล้ว และถ้าเป็นไปได้ ช่วยบอกครอบครัวผมด้วย ว่า อยากให้เอาอวัยวะที่เหลืออยู่ของผม ให้กับการกุศล แล้วช่วยเอาหัว(หรือเศษซากของสมองและกะโหลกน่ะนะ ถ้าผมโดดตึกตายแล้วเอาหัวลงล่ะก็) ไปเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ใหญ่ๆ ในป่าซักป่านึง หรือถ้าไม่ได้ ขอในเมืองก็ได้ แต่ขอต้นไม้ใหญ่ๆละกัน ส่วนมรดก ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ์แผ่น CD ทั้งหมดของผม อยากให้เอาไปให้พี่ไชยวุฒ คีรีโต รุ่นพี่ที่ผมรักเหมือนพี่แท้ๆ

และสุดท้าย ผมจะไม่ขอโทษใครนะ ถ้าต้องเสียใจกับการตายของผม แต่ถ้าให้ดีก็อย่าเสียใจเลย เพราะถ้าผมทำอย่างฝันไม่ได้ แปลว่าผมจะเลี้ยงใครไม่ได้ อยู่ไปก็ไร้ค่า ดีไม่ดีอาจจะต้องมาพึ่งคนที่เลี้ยงผมต่อไปซะอีก ผมตายไปซะดีกว่า แผ่นดินจะได้สูงกว่านี้อีกนิด ถึงผมอยู่อย่างที่ฝันก็ยังหนักแผ่นดินแหละ แต่ผมอาจจะได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง

ชีวิต คือเชลย ถ้าดิ้นรนเอาชีวิตรอด ก็จะมีชีวิตในฐานะเชลย
ถ้าบอกว่าคนเราเกิดมาเพื่อใช้กรรม ผมก็จะตายไปฆ่าไอ้คนที่ทำให้คนเกิดมา
เมื่อเกิดมาแล้ว มีชีวิตแล้วก็ควรได้ใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ใช่รึไง แต่ผมไม่ได้สนับสนุนให้มาตายหรอกนะ ผมสนับสนุนให้คนมีชีวิต อย่างใจฝัน
ฝันให้ไกล ไปให้ถึง
ไปไม่ถึง ก็แล้วแต่คน แต่ถ้าผมไปไม่ถึง ผมเลือกที่จะไม่มีชีวิต ก็เท่านั้น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ใจเย็นเย็น ค่อยค่อยคิด ค่อยค่อยตัดสินใจ
ความฝันที่วาดไว้ อาจจะต้องใช้เวลา(นาน)สักหน่อย
อดทน..รอเวลา..สักนิดเถอะนะ เพื่อทำตามความฝันตัวเองน่ะ

ไม่อยากให้ใครในบลอคอยู่อยู่ก็หายไปกันอีก
มันเศร้านะ..แม้จะไม่รู้จักกันเถอะ
ถ้าอยากระบาย หรือ ปรึกษา แอดเมลเราไปก็ได้
แล้วไว้คุยกันนะ

#1 By Bew on 2005-07-01 13:12

โอเค ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
อยากตาย ไม่ตายง่าย ๆ หรอก เราก็เคยเป็น
แต่ว่านะ ไหน ๆ ก็มีชีวิตแล้ว ใช้ให้คุ้มก่อนละกันนะจ๊ะ

#2 By xawarzd on 2005-07-01 13:36

อยู่ปี2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ทัดเทียมกัน

#3 By dashmon on 2005-07-01 14:49

ความฝันน่ะใช้เวลา คนไม่สู้คือคนขี้แพ้ คนที่ตายเพราะคิดว่าทำไม่ได้แล้วนั่นแหละขี้แพ้

เลือกที่จะตายแทนที่จะสู้ชีวิต ผมก็ไม่รูจะไปช่วยอะไรได้นะ

#4 By shiny on 2005-07-01 15:42

อืมมีไรให้อ่าน เอามาจากหนังสือเรื่อง หัวขโมยแห่งบารามอส คุณ Rabbit แต่ง นางเอกพูดไว้น่ะตอนเล่มสอง พระเอกมาย้อนอีกตอนเล่มสาม "ชีวิตของตัวเอง ขอตนเป็นผู้ลิขิต ไม่ว่าจะดีหรือร้าย จะยาวหรือสั้น เขาจะทำให้ชีวิตนั้นมีค่า ให้อยู่มีคนรัก จากไปมีคนอาวรณ์ ทุกวันของเขาจะมีค่า ทุกนาทีของเขาจะมีความหมาย..." เศร้า ซาบซึ้ง เราชอบมากเลยบทความนี้

#5 By emrysmerlin on 2005-07-01 17:13

ผมเคยคิดที่จะตายเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่คิดเช่นนั้นก็จะหันไปดูน้อง เป็นเด็กแท้ๆ กลับเจอเรื่องร้ายๆต่างๆนานา แต่เขาก็เลือกที่จะสู้ต่อไปเพราะเขาเชื่อว่าในอนาคตมีสิ่งดีๆอยู่ ถ้าคิดได้อย่างนั้น ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้

(รู้สึกเหมือนน้องเป็นแสงที่คอยส่องทาง และประคองชีวิตให้ชอบกล = =;)

#6 By taishi on 2005-07-02 23:42

เอ่อ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าคุณจะใช่ญาติคนที่ผมรู้จักหรือป่าว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญอยู่ที่ว่า คนเราเกิดครั้งเดียวตายก็ครั้งเดียว แต่ความฝันก็มีแค่ครั้งเดียว(ถ้าเป็นผมความฝันคืออะไรที่สูงสุด ผมจะต่อสูดกับมันจนลมหายใจสุดท้าย)

#7 By (61.19.235.210 /192.168.101.36) on 2005-07-04 17:39

ในเมื่อรู้ว่าเกิดมาครั้งเดียว ตายครั้งเดียว และไม่ได้กลัวความตายหรือการพลัดพราก น่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองทำอะไรที่แปลกใหม่ได้
ความฝัน มีกันทุกคนล่ะครับ จะทำได้สำเร็จหรือเปล่ามันมีหลายๆปัจจัย ถึงคุณเลี้ยวทางไปในทิศทางที่คุณคิดว่ามันผิดทางสำหรับคุณ จุดประสงค์ของการเดินทาง คือหาสิ่งที่ดีๆระหว่างทาง ไม่ใช่ที่ปลายทาง...ผมพูดไปอาจจะงงๆนะ
พิมพ์เองยังงเองเลย..
ถ้าคุณคิดว่าถ้าจุดเทียนแล้วเทียนจะดับหรือถูกลมพัดดับแล้วคุณก็ไม่จุดเลย ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เลยหักเทียนทิ้งเหรอ?
....ที่อยากจะบอกก็คือ
ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไปน่ะนะ ดิ้นสู้ชีวิตไปเถอะครับ จนกว่าจะตายนั่นล่ะ......
อีกอย่าง เพิ่งจะคุยทาง MSN ด้วยกันครั้งเดียวก็จะตายแล้วเหรอ ยังมีอะไรคุยอีกมากนะ....

อย่าเพิ่งตายล่ะ

#8 By Lullaby-nocturne (ลู) on 2005-07-26 04:17

อยู่อักษร จุฬาฯปี1 ซิ่วมาปีนึง ปีนั้นเคยฆ่าตัวตายด้วย

มีเพื่อนอยู่ พระจอมเกล้าเหมือนกัน อยู่ปี2

คิดว่าเป็นอะไรที่เหมือนกันมาก เพราะที่อยู่ตรงนี้ก็เสี่ยงจะไม่มีอะไรกินอยู่ทุกเมื่อเหมือนกัน ความฝันก็เคยล้มเหลวขั้นรุนแรง ไม่อยากเป็นฟันเฟืองสังคม ทำงาน 9 to 5 ไม่คิดว่าการมีตัวตนของตัวเองมีความหมาย อยากตาย บลาๆๆๆๆๆๆ เหมือนกัน

แต่ตอนนี้ยังอยู่ เพราะ มีเคโมะ มีเคโมะที่ชอบ มี เคโมะที่เป็นเพื่อน มี ความรักกับเคโมะ

และก็มีความฝันใหม่

โลกนี้ยังสวยอยู่ล่ะ สำหรับเรา

#9 By Galgard on 2005-08-07 22:35

เพิ่งเข้าบล๊อคทั่นครั้งแรกก็จะฆ่าตัวตายแล้วเรอะ
หมาสีเขียวหายากจะตาย ต้องสงวนพันธุ์ไว้ให้ชาวโลกดูมั้งสิ
วันข้างหน้าจะมีอะไรก็ยังไม่รู้ ก็เกิดเป็นเรื่องสนุกหรือจุดเปลี่ยนผันแปรของชีวิตหละ ก็อดเห็นหมดอะสิ
ถ้าเกิดคุณบึ้มตัวเอง เค้าว่ามันบาปกว่าไปฆ่าใครๆเค้าอีกน่ะ

ปล. บลอคสีเขียวชอุ่มสวยดี

#10 By S.L. on 2005-08-12 17:00

You wouldn't xanax be asking How did not sold and buy xanax online!

#11 By xanax (72.36.223.73) on 2006-04-15 23:28

Miller I mean the events in this-wait a look at. He sighed bellowed in the damaged French twist showing off

#12 By buy tramadol (72.36.223.73) on 2006-04-16 08:49

Great site!

#13 By bontril (72.36.223.73) on 2006-05-06 20:34

Well done!

#14 By tramadol (72.36.223.73) on 2006-05-07 04:48

very best blog!

#15 By paxil cr (72.36.223.73) on 2006-05-07 08:45

เพ้อเจ้อ ไร้สาระ อยากตายก็ไปตายไป ไม่ต้องมาเรียกร้องความสนใจด้วยสมองอันน้อยนิด ทำเป็นพูดว่า อย่างนู้นไร้สาระ นี่ไร้สาระ คุณนั่นแหละ ไร้สาระที่สุด แถมไม่ยอมฟังคำพูดใคร ความคิดใคร เอาแต่เถียงหัวชนฝา
ทำตัวจริงจังกับอะไรที่มันไม่น่าจริงจังเอาซะเลย ...คุณเคยเข้าใจอะไรจริงๆบ้างมั้ย? เคยยอมรับความจริง หรือทำตัวเป็นกลางบ้างมั้ย? ....คงไม่หรอกมั้ง ถึงจะพูดปาวๆเหมือนเข้าใจตัวเอง แต่ความจริงแล้ว คุณยังไม่รู้จักตัวเองเลย

#16 By ... (61.7.156.66 /10.0.2.1) on 2006-05-13 03:38

นามสกุลเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นใครก็เลยอยากบอกว่าชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะนะแล้วจะเข้าใจเพราะเค้ากำหนดให้เป็นแบบนี้ avh3mb47@thaimail.com

#17 By พุธ ยูวะสนธิ (124.120.233.233) on 2006-09-05 00:10

Hi man!

#18 By tramadol (24.99.99.200) on 2006-11-16 05:10

ไม่แปลกใจว่าทำไมเจ้าของบล็อคคอยโพสท์ความเห็นตัวเองเป็นหลัก ไม่ฟังใครทั้งสิ้น ได้คำตอบทันทีที่อ่าน entry นี้ ไม่ต่างอะไรกับพวกดวงตามืดบอด นิสัยแบบนี้เนี่ยนะจะทำเกม แค่พรรคการเมืองต่างกันยังยึดติดเลย ถ้ามีเพื่อนพรรคการเมืองต่างกันมีหวังเกมล่มแน่ น่าขำ

#22 By ปลาร้า (58.64.106.94) on 2007-02-17 20:52

เพิ่มเติมนิด ถ้าแค่ตัวเองยังไม่รู้จัก อย่าหวังเลยว่านิสัยแบบนี้จะมีใครอยากทำงานด้วย เพราะใจคนอื่นก็ยังไม่รู้วิธีการพูดเลยอยู่มหาลัยปีสองแล้ว น้่าจะมีวุฒิภาวะทางอารมณ์พอแล้วนะ ไม่ฟังความเห็นคนอื่น แต่เข้าข้างพรรคการเมืองบางพรรคและยกย่องว่าประชาธิปไตย น่าขำสิ้นดี ทุเรศฟ่ะ อยากตายก็ตายไปเลย

#23 By ปลาร้า (58.64.106.94) on 2007-02-17 20:56

การดำเนินชีวิตของคนเรามันมีหลากหลายเหตุผล... มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ "เหตุผล" นำชีวิต หรือจะใช้ "ใจ" นำชีวิต

หากใช้เหตุผลนำชีวิตเราก็จะมีโอกาสเสียใจน้อยกว่า แต่การดำเนินชีวิตไปตามเหตุผลมันอาจจะทำให้เราอึดอัดใจบ้างแต่ก็คงไม่ถึงขนาดตาย

แต่ถ้าเราใช้ใจนำชีวิตโอกาสเสียใจจะมีสูงมากกว่า แต่เราจะสามารถดำเนินชีวิตไปได้อย่างสบายใจ แต่เมื่อใดก็ตามที่การดำเนินชีวิตตาม "ใจ" มันผิดพลาด หรือพลาดหวังขึ้นมา เราอาจจะไม่สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อีกเลย แล้วอีกอย่างนึงเราจะไม่ได้เสียใจเพียงคนเดียวแต่จะมีอีกหลายๆๆๆๆ คนอย่างที่เราพูดถึงเสียใจไปซะยิ่งกว่าเราอีก ลองคิดดูนะพี่คิดว่าเราคงจะเข้าใจ... เดี๋ยวพี่จะเขียนเรื่องทางเลือก แล้วลองเข้าไปอ่านดูละกันนะ

ปอนเอง

#24 By ปอนปอน on 2007-07-02 22:41

1.
ผมซวยกว่าครับ ข้อนี้ พ่อ แม่ พี่ น้อง พี่ ป้า น้า อา Confirm เป็นเสียงเดียวกันหมด
มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ผมกลับไปยังสถานที่นั้นๆ ไม่ไ่ด้อีกเลย 555

2.
ความฝันผมทิ้งไปนานแล้วครับ ปัจจุบันนี้เรียนในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำในอดีต
และอะไรที่คนอื่นทำเหลวไม่ได้ ผมจะประสบความสำเร็จ(ในการทำความล้มเหลว)
ซึ่งการประสบความสำเร็จในการทำความล้มเหลวนั้น ยังถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จนะครับ(รึเปล่า?)

3.
กรณีนี้ตอนมีปัญหามากๆ ก็เคยคิดเหมือนกัน แต่ไม่เคยคิดได้เกิน 5 วิซะที แว๊บเดียวก็ไป(เล่นเกม)ทำอย่างอื่นแล้ว

จริงๆแล้วคือไม่ชอบเดินทางคนเดียวครับ อยากหาเพื่อนร่วมทาง(แบบไม่สมัครใจ)ไปด้วยกัน 555

^ท้ายๆนี่ล้อเล่นนะครับ อย่าไปคิดมากเลย

ผมก็"เคย"คิดอยากทำเกมเหมือนกันนะครับ
ลองๆไปได้นิด ดันเบื่อ+ครี้เกียจซะก่อน 555 -_-


สุดท้ายนี้ที่อยากจะบอกคือ
มีคนมากมา่ยที่ยังไม่อยากจะตาย แต่ก็ตาย...

และทุกความฝัน"อาจ"เป็นจริงได้ดั่งใจนึก
หากมีความมั่งคั่งหรือทุนที่มากพอครับ question

#25 By Lord Stronghold on 2007-11-24 03:22